E-commerce
คือการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมวลผล
และการส่งข้อมูลที่มีข้อความ เสียงและภาพ รวมถึงการทำรายการการขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์
การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิตอลในระบบออนไลน์การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์,
การจําหน่วยหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์
, การประมูล
, การออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกัน
, การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
, การขายตรง
, การให้บริการหลังการขาย
เช่นเว็บ weloveshopping.com
ข้อดีของ E-commerce
คือการลดบทบาทบางประการของธุรกิจลงไป เช่น บทบาทด้านทำเลที่ตั้ง
และบทบาทการลดระยะทางและระยะเวลา
เพราะสามารถติดต่อผ่านโลกออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ความแตกต่างระหว่าง E-commerce กับ E-Business
E-Business มีบทบาท มีหน้าที่มากมายทั้งด้าน Logistics
, Selling , Research , Purchasing , Showroom เป็นต้น
E-commerce เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ E-Business เท่านั้น
Business Model of E-Commerce
Brick and Motar Organization คือการขายสินค้าในโครงสร้างธุรกิจแบบเก่าที่ดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในแบบออฟไลน์
Virtual Organization คือทุกอย่างทำบนระบบออนไลน์
Click and Motar Organization คือการทำธุรกิจแบบออนไลน์ควบคู่กับแบบออฟไลน์ด้วย
ประเภทของ E-Commerce
กลุ่มธุรกิจที่ค้ากำไร (Profits Organization)
1.Business-to-Business (B2B) คือการทำธุรกิจกับธุรกิจด้วยกันเอง
2. Business-to-Customer (B2C) คือการทำธุรกรรม ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า
3. Business-to-Business-to-Customer (B2B2C) คือการทำธุรกรรม
ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจกับลูกค้า
4. Customer-to-Customer (C2C) คือลูกค้าทำธุรกรรมกับลูกค้า
5. Customer-to-Business (C2B) คือลูกค้าทำธุรกรรมกับธุรกิจ
6. Mobile Commerce คือการทำธุรกรรมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
กลุ่มธุรกิจที่ไม่ค้ากําไร (Non-Profit Organization)
1. Intrabusiness (Organization) E-Commerce คือการทำธุรกิจภายในองค์การเอง
2. Business-to-Employee (B2E) คือการให้บริการจากธุรกิจไปยังลูกจ้าง
เช่นการยื่นใบลา ลาป่วยแบบออนไลน์
3. Government-to-Citizen (G2C) คือการให้บริการจากภาครัฐไปยังภาคประชาชน
เช่น อำเภอยิ้ม , เลื่อนล้อต่อภาษีที่สำนักงานขนส่ง สาขาหนองหอย
4. Collaborative Commerce (C-Commerce) คือการเอาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอกนิกส์มาให้ความร่วมมือ
ระหว่างตัวองค์กรต่าง ๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกัน เช่น
บริษัทเครือซีเมนต์ไทยกับสาขาย่อยต่าง ๆ
5. Exchange-to-Exchange (E2E) คือการแลกเปลี่ยนข้อมูล
6. E-Learning คือการสอน การสอบออนไลน์
E-Commerce Business Model
แบบจำลองทางธุรกิจ คือวิธีดำเนินการทางธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้
อันจะทำให้บริษัทอยู่ต่อไปได้
และยังรวมถึงกิจกรรมที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วย
- ธุรกิจที่หารายได้จากค่าสมาชิก เช่นเว็บไซท์ Jobs.DB.com ,
Business Online
- ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Pay Pal , True Money
- ธุรกิจค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ร้านขายหนังสือ Amazon , ร้านขายของชำ 7dream
- ธุรกิจที่หารายได้จากโฆษณา เช่นโฆษณาบน facebook , Yahoo ,
Pantip.com , Kapook.com
- บริกาiรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น MERX , Buyers.Gov , อำเภอยิ้ม , เลื่อนล้อต่อภาษี , บริการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ธุรกิจตลาดประมูลออนไลน์ เช่น Egghead , Priceline
- ธุรกิจตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น PaperExchange ,
FoodMarketExchange , การจำหน่ายดอกไม้ออนไลน์
- ธุรกิจที่ใช้ E-Commerce ในการเพิ่ม Productivity เช่น ด้านการบริหาร SCM , การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ CRM , การแลกเปลี่ยนข้อมูล EDI
ข้อดีและข้อเสียของ E-Commerce
ข้อดี
1.สามารถเปิดดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2.สามารถดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก
3.ใช้ต้นทุนในการลงทุนต่ำ
4.ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในระหว่างการดำเนินการ
5.ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์และยังสามารถประชาสัมพันธ์ในครั้งเดียวแต่ไปได้ทั่วโลก
6.สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตได้ง่าย
7.ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย
8.ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านขายสินค้าจริงๆ
ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของระบบที่มีประสิทธิภาพ
2.ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตได้
3.ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องการชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต
4.ขาดกฏหมายรองรับในเรื่องการดำเนินการธุรกิจขายสินค้าแบบออนไลน์
5.การดำเนินการทางด้านภาษียังไม่ชัดเจน
No comments:
Post a Comment